บีทีเอสแจ้งเปลี่ยนบัตรโดยสารเที่ยวเดียวใหม่

นายสุรพงษ์ เลาหะอัญญา กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ บีทีเอส เปิดเผยว่า บริษัท จะเปลี่ยนบัตรโดยสารประเภทเที่ยวเดียวจากบัตรแถบแม่เหล็ก เป็น บัตรสมาร์ทการ์ดชนิดบาง (Thin Card) ที่มีความบางมากกว่าบัตรแรบบิทการ์ดหรือบัตรทั่วไป เพื่อเปลี่ยนเป็นบัตรเทคโนโลยีที่ทันสมัยยิ่งขึ้นและรองรับการใช้งานในส่วนต่อขยายโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว ช่วงสำโรง-สมุทรปราการ ซึ่งจะเปิดให้บริการประมาณ ปลายปี 2561 นี้ และเตรียมไว้สำหรับโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว ช่วงหมอชิต – คูคต และโครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพู ช่วงแคราย – มีนบุรี และสายสีเหลือง ช่วงลาดพร้าว – สำโรง การเปลี่ยนระบบบัตรโดยสารเที่ยวเดียวนี้บริษัทฯ จะเปลี่ยนตู้จำหน่ายตั๋วโดยสารอัตโนมัติทั้งหมดให้เป็นแบบจอสัมผัส (Touch Screen) รวมประมาณ 200 ตู้ และติดตั้งตู้จำหน่ายตั๋วที่มีช่องรับธนบัตรเพิ่มอีก 50 ตู้ เพื่อติดตั้งตามสถานีต่างๆ ในระบบรถไฟฟ้าบีทีเอส พร้อมกันไปด้วย ซึ่งจะเริ่มทยอยเปลี่ยนตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2561 ใน 8 สถานีแรก คือ สถานีสยาม สถานีช่องนนทรี สถานีกรุงธนบุรี สถานีวงเวียนใหญ่ สถานีตลาดพลู สถานีบางหว้า สถานีอุดมสุข และสถานีแบริ่ง จากนั้นก็จะขยายไปจนครบทุกสถานีโดยมีกำหนดแล้วเสร็จในเดือนพฤศจิกายน 2561 รวมระยะเวลาดำเนินการ 6 เดือน
นายสุรพงษ์ กล่าวว่า การเปลี่ยนระบบนี้จะทำให้ตู้จำหน่ายตั๋วและประตูอัตโนมัติเข้า และออกสถานี ที่กำลังเปลี่ยนไม่สามารถใช้ตั๋วโดยสารเที่ยวเดียวแบบแถบแม่เหล็กรวมทั้งบัตรโดยสารประเภท 1 วันได้ แต่ยังคงใช้บัตรแรบบิทได้ ดังนั้นบริษัทฯ จึงได้จัดแผนทยอยสลับเปลี่ยนไปตามสถานีต่างๆ เพื่อให้เกิดผลกระทบกับผู้โดยสารน้อยที่สุด อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ ก็ต้องขออภัยในความไม่สะดวกที่จะเกิดขึ้นในช่วงของการปรับเปลี่ยนระบบบัตรโดยสารบ้าง ทั้งนี้เพื่อความสะดวกในการใช้งานร่วมกับระบบขนส่งมวลชนสายอื่นๆ ในอนาคต และบริษัทฯ ขอเชิญชวนให้ทุกท่านใช้บัตรแรบบิทแบบเติมเงิน ซึ่งขณะนี้มีโปรโมชั่นลดค่าโดยสาร 1 บาทต่อ 1 เที่ยวการเดินทาง ซึ่งมีราคาถูกกว่าซื้อทีละครั้ง และมีความสะดวกและประหยัดเวลามากกว่า

อ่านต่อได้ที่นี่ : http://www.banmuang.co.th/news/economy/115140

ล้ำไปอีก! บีทีเอสเตรียมเปลี่ยนบัตรโดยสารเที่ยวเดียวจากบัตรแม่เหล็กเป็นบัตรสมาร์ท การ์ด ชนิดบาง

นายสุรพงษ์ เลาหะอัญญา กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า บริษัทฯ จะเปลี่ยนบัตรโดยสารประเภทเที่ยวเดียวจากบัตรแถบแม่เหล็ก เป็นบัตรสมาร์ทการ์ดชนิดบาง (Thin Card) ที่มีความบางมากกว่าบัตรแรบบิทการ์ดหรือบัตรทั่วไป เพื่อเปลี่ยนเป็นบัตรเทคโนโลยีที่ทันสมัยยิ่งขึ้นและรองรับการใช้งานในส่วนต่อขยายโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว ช่วงสำโรง-สมุทรปราการ ซึ่งจะเปิดให้บริการประมาณ ปลายปี 2561 นี้ และเตรียมไว้สำหรับโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว ช่วงหมอชิต – คูคต และโครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพู ช่วงแคราย – มีนบุรี และ สายสีเหลือง ช่วงลาดพร้าว – สำโรง การเปลี่ยนระบบบัตรโดยสารเที่ยวเดียวนี้บริษัทฯ จะเปลี่ยนตู้จำหน่ายตั๋วโดยสารอัตโนมัติทั้งหมดให้เป็นแบบจอสัมผัส (Touch Screen) รวมประมาณ 200 ตู้ และติดตั้งตู้จำหน่ายตั๋วที่มีช่องรับธนบัตรเพิ่มอีก 50 ตู้ เพื่อติดตั้งตามสถานีต่างๆ ในระบบรถไฟฟ้าบีทีเอส พร้อมกันไปด้วย ซึ่งจะเริ่มทยอยเปลี่ยนตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2561 ใน 8 สถานีแรก คือ สถานีสยาม สถานีช่องนนทรี สถานีกรุงธนบุรี สถานีวงเวียนใหญ่ สถานีตลาดพลู สถานีบางหว้า สถานีอุดมสุข และ สถานีแบริ่ง จากนั้นก็จะขยายไปจนครบทุกสถานีโดยมีกำหนดแล้วเสร็จในเดือนพฤศจิกายน 2561 รวมระยะเวลาดำเนินการ 6 เดือน

นายสุรพงษ์ เลาหะอัญญา กล่าวว่า การเปลี่ยนระบบนี้จะทำให้ตู้จำหน่ายตั๋วและประตูอัตโนมัติเข้า และออกสถานี ที่กำลังเปลี่ยนไม่สามารถใช้ตั๋วโดยสารเที่ยวเดียวแบบแถบแม่เหล็กรวมทั้งบัตรโดยสารประเภท 1 วันได้ แต่ยังคงใช้บัตรแรบบิทได้ ดังนั้นบริษัทฯ จึงได้จัดแผนทยอยสลับเปลี่ยนไปตามสถานีต่างๆ เพื่อให้เกิดผลกระทบกับผู้โดยสารน้อยที่สุด อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ ก็ต้องขออภัยในความไม่สะดวกที่จะเกิดขึ้นในช่วงของการปรับเปลี่ยนระบบบัตรโดยสารบ้าง ทั้งนี้เพื่อความสะดวกในการใช้งานร่วมกับระบบขนส่งมวลชนสายอื่นๆ ในอนาคต และบริษัทฯ ขอเชิญชวนให้ทุกท่านใช้บัตรแรบบิทแบบเติมเงิน ซึ่งขณะนี้มีโปรโมชั่นลดค่าโดยสาร 1 บาทต่อ 1 เที่ยวการเดินทาง ซึ่งมีราคาถูกกว่าซื้อทีละครั้ง และมีความสะดวกและประหยัดเวลามากกว่า

อ่านต่อได้ที่ : https://www.prachachat.net/property/news-175188

 

“แมงมุม เชื่อมโยงความสุขทุกการเดินทาง ด้วยบัตรใบเดียว

กระทรวงคมนาคม รฟม. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมมอบความสุขในการเดินทางด้วยบัตรโดยสารร่วม “แมงมุม” บัตรโดยสารที่สามารถใช้เดินทางในระบบรถไฟฟ้า MRT สายสีม่วง / MRT สายสีน้ำเงิน ได้ก่อน ต่อจากนั้นในเดือนตุลาคม 2561 จะขยายบริการไปใช้กับรถโดยสารประจำทาง ขสมก. / และรถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงก์
โดยบัตรแมงมุม แบ่งเป็น 3 ประเภท ได้แก่ บัตรบุคคลทั่วไป (สีน้ำเงิน) บัตรผู้สูงอายุ(สีทอง) และบัตรนักเรียน/นักศึกษา (สีเทา)
สามารถติดต่อขอรับบัตรแมงมุมได้ที่สถานีรถไฟฟ้า MRT สายสีม่วงทุกสถานี ตั้งแต่วันที่ 23 มิถุนายน 2561 เป็นต้นไป โดยแสดงบัตรประจำตัวประชาชนเพื่อขอรับบัตรแมงมุมได้ที่ห้องออกบัตรโดยสาร และเมื่อนำไปใช้ในระบบรถไฟฟ้า mrt จะต้องเติมเงินขั้นต่ำ 150 บาท โดยแบ่งเป็นค่ามัดจำบัตร 50 บาท และมูลค่าเงินสำหรับโดยสารรถไฟฟ้า 100 บาท ทั้งนี้ บัตรมีจำนวนจำกัด และจำกัดสิทธิ์ 1 คน/ใบ เท่านั้น
ติดต่อสอบถาม : www.mrta.co.th หรือโทร. 0 2624 5200

รฟม. แจ้งปิดเบี่ยงจราจรบนถนนศรีนครินทร์ 2 จุด ตลอด 24 ชม เพื่อเตรียมงานรื้อย้ายระบบสาธารณูปโภค โครงการรถไฟฟ้าสายสีเหลือง

รฟม. แจ้งปิดเบี่ยงจราจรบนถนนศรีนครินทร์ 2 จุด ตลอด 24 ชม เพื่อเตรียมงานรื้อย้ายระบบสาธารณูปโภค โครงการรถไฟฟ้าสายสีเหลือง ช่วงลาดพร้าว – สำโรง
การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) แจ้งว่า บริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) ผู้รับจ้างก่อสร้างงานโยธา โครงการรถไฟฟ้าสายสีเหลือง ช่วงลาดพร้าว – สำโรง มีความจำเป็นต้องปิดเบี่ยงจราจรบนถนนศรีนครินทร์ 2 จุด บริเวณแยกสวนหลวง และห้างสรรพสินค้าธัญญาพาร์ค เพื่อเตรียมงานรื้อย้ายระบบสาธารณูปโภค โดยมีรายละเอียดดังนี้
• บริเวณแยกสวนหลวง จะปิดการจราจรช่องทางขวา ชิดเกาะกลาง 1 ช่องจราจร ทั้งฝั่งขาเข้าและขาออก ระยะทางประมาณ 150 เมตร ตั้งแต่วันที่ 15 มิถุนายน 2561 ถึง 29 มิถุนายน 2561 ตลอด 24 ชั่วโมง
• บริเวณห้างสรรพสินค้าธัญญาพาร์ค ศรีนครินทร์ จะปิดการจราจรช่องทางขวา ชิดเกาะกลาง 1 ช่องจราจร ทั้งฝั่งขาเข้าและขาออก ระยะทางประมาณ 150 เมตร ตั้งแต่วันที่ 17 มิถุนายน 2561 ถึง 1 กรกฎาคม 2561 ตลอด 24 ชั่วโมง
ทั้งนี้ การเบี่ยงจราจรเพื่อการเตรียมงานรื้อย้ายระบบสาธารณูปโภค อาจทำให้ผู้ใช้เส้นทางไม่ได้รับความสะดวกในการเดินทาง และการดำเนินงานอาจมีเสียงดังรบกวน ดังนั้น หากไม่มีความจำเป็นโปรดหลีกเลี่ยงเส้นทางดังกล่าว รฟม. ต้องขออภัยมา ณ โอกาสนี้ โดยผู้ใช้เส้นทางสามารถสอบถามรายละเอียดการเบี่ยงจราจร ได้ที่เบอร์โทร 0 2610 4915 และ 09 8257 5555
อ่านต่อได้ที่ : http://www.fm91bkk.com

เบี่ยงจราจรลาดพร้าว 41-ลาดพร้าว 41/1

รฟม. แจ้งปิดเบี่ยงจราจรถนนลาดพร้าว ซอยลาดพร้าว 41-ลาดพร้าว 41/1 เพื่อรื้อย้ายระบบสาธารณูปโภค สร้างรถไฟฟ้าสายสีเหลือง ช่วงลาดพร้าว-สำโรง วันที่ 22 มิ.ย.-22 ก.ค.61 ตลอด 24 ชม.

การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) แจ้งว่า บริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) ผู้รับจ้างก่อสร้างงานโยธา โครงการรถไฟฟ้าสายสีเหลือง ช่วงลาดพร้าว – สำโรง มีความจำเป็นต้องปิดเบี่ยงจราจรบนถนนลาดพร้าว บริเวณซอยลาดพร้าว 41 ถึง ซอยลาดพร้าว 41/1 ตั้งแต่วันที่ 22 มิ.ย.-22 ก.ค.61 ตลอด 24 ชม. เพื่อเตรียมงานรื้อย้ายระบบสาธารณูปโภค ประกอบด้วย การปิดเบี่ยงจราจรบริเวณซอยลาดพร้าว 41 ถึง 41/1 จะปิดการจราจรฝั่งขาเข้า ช่องที่ 2 และช่องที่ 3 (นับจากเกาะกลาง) ตลอด 24 ชม. โดยผู้ใช้ทาง สามารถสัญจรได้ในช่องที่ 1 (ชิดเกาะกลาง) และ ช่องที่ 4 (ชิดทางเท้า) และในเวลา 22.00-04.00 น. จะปิดการจราจรช่องที่ 1 (ชิดเกาะกลาง) เพิ่มอีก 1 ช่องจราจร เพื่อขนย้ายเครื่องจักรหนักเข้าพื้นที่ดำเนินงาน

ทั้งนี้การเบี่ยงจราจรเพื่อการเตรียมงานรื้อย้ายระบบสาธารณูปโภค อาจทำให้ผู้ใช้เส้นทางไม่ได้รับความสะดวกในการเดินทาง และการดำเนินงานอาจมีเสียงดังรบกวน ดังนั้น หากไม่มีความจำเป็น โปรดหลีกเลี่ยงเส้นทางดังกล่าว รฟม. ต้องขออภัยมา ณ โอกาสนี้ โดยผู้ใช้เส้นทางสามารถ สอบถามรายละเอียดการเบี่ยงจราจร ได้ที่เบอร์โทร 0 2610 4915 และ 09 8257 5555

สายสีชมพู-เหลืองเริ่มตอกหมุด ดีเดย์! บัตรคนจนขึ้นรถไฟฟ้าฟรี

นายภคพงศ์ ศิริกันทรมาศ ผู้ว่าการการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) เปิดเผยถึงความหน้าในการเปิดให้ประชาชนทั่วไปที่ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐขึ้นได้ทุกสถานีภายในสถานีรถไฟฟ้า MRT สายสีน้ำเงินและสายสีม่วงตั้งแต่วันที่ 6 ก.ค.-30 ก.ย.นี้ เพื่อให้ผู้ที่ถือบัตรสวัสดิการฯสามารถขึ้นรถไฟฟ้าฟรีได้ตั้งแต่วันที่ 20 ก.ค.เป็นต้นไป โดย รฟม.คาดว่าเมื่อเปิดให้ประชาชนที่ถือบัตรสวัสดิฯจะใช้จ่ายได้ในวงเงิน 500 บาท/ใบ/คน โดยจะใช้กับประชาชนที่ถือบัตรสวัสดิการฯใน 7 จังหวัดคือ กรุงเทพมหานคร นนทบุรี ปทุมธานี พระนครศรีอยุธยา สมุทรปราการ นนทบุรี ปทุมธานี พระนครศรีอยุธยา สมุทรปราการ นครปฐม และสมุทรสาคร ประมาณ 1.3 ล้านคน

นอกจากนี้ ในวันที่ 22 มิ.ย.นี้ รฟม.จะแจกบัตรแมงมุมจำนวน 200,000 ใบ ให้กับประชาชนทั่วไป โดยประชาชน สามารถมาขอรับบัตรได้ทุกสถานีของรถไฟฟ้าสายสีม่วง ซึ่งในระยะแรกบัตรแมงมุมจะใช้ได้เฉพาะรถไฟฟ้าสายสีม่วงและน้ำเงินเท่านั้น ระยะต่อไปประมาณเดือน ต.ค.2561 จะสามารถนำบัตรแมงมุมมาใช้ได้กับรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิงก์ และรถเมล์ขององค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.)

อ่านต่อได้ที่ : https://www.thairath.co.th/content/1307341

อาคม ขีดเส้นสร้างรถไฟฟ้าสายสีเหลือง-สีชมพูต้องเสร็จตามแผน

‘อาคม’ ขีดเส้นสร้างรถไฟฟ้าเสร็จภายในกำหนด หลังติดปัญหาเรื่องส่งมอบพื้นที่ล่าช้า 3 เดือน  ด้านรฟม.เผยเตรียมเปิดประมูลรถไฟฟ้าสายสีม่วงใต้แสนล้านภายในไตรมาส 3

นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ มว.คมนาคม เปิดเผยภายหลังการเป็นประธานพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงร่วมกันระหว่างกรมทางหลวง(ทล.) กับการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย(รฟม.) และอนุญาตให้ใช้พื้นที่ก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้าสายสีเหลืองและโครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพู ว่าโครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพูและโครงการรถไฟฟ้าสายสีเหลืองจะเริ่มก่อสร้างได้ภายในเดือน มิ.ย.นี้หลังจากตกลงเรื่องการเข้าพื้นที่ก่อสร้างได้แล้ว โดยการใช้พื้นที่ไม่รบกวนพื้นผิวถนนมากนักเป็นการขอแบ่งพื้นที่ในเขตที่มีอยู่อย่างจำกัดและไม่รบกวนผุ้ใช้ทางเท้าด้วย ขณะเดียวกันเนื่องจากปัญหารถติดในกรุงเทพมหานครยังเป็นปัญหาที่สำคัญจึงจำเป็นที่จะต้องดำเนินการโครงการรถไฟฟ้าให้สำเร็จตามแผนกำหนดการที่วางไว้ ภายในเดือนตุลาคม ปี2564

อย่างไรก็ตามภายหลังการลงนามในครั้งนี้ กรมทางหลวงจะส่งมอบพื้นที่ถนนที่เส้นทางรถไฟฟ้าทั้งสองสายวิ่งผ่านให้แก่รฟม. สำหรับระยะเวลาใช้พื้นที่ถนนของกรมทางหลวง 39 เดือน นับตั้งแต่วันที่ 29 มิถุนายนนี้ เป็นต้นไป ซึ่งล่าช้าไปประมาณ 3 เดือน โดยกรมทางหลวงได้ส่งมอบพื้นที่ใช้ก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีชมพู ช่วงติวานนท์ – แจ้ววัฒนะ และช่วงหลักสี่-รามอินทรา ส่วนสายสีเหลือง ส่งมอบช่วงศรีนครินทร์ ขณะที่ เส้นทางก่อสร้างสายสีเหลือง เจ้าของพื้นที่มีทั้งกรมทางหลวงและกทม. ซึ่งกทม.ได้ส่งมอบพื้นที่บริเวณแยกรัชดา-ลาดพร้าว และแยกลำสาลี เข้าถนนศรีนครินทร์

สำหรับโครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพู ระยะทางทั้งสิ้น 34.5 กิโลเมตร รวม 30 สถานี ซึ่งเริ่มต้นที่จุดเชื่อมต่อกับระบบรถไฟฟ้าสายสีม่วง ช่วงบางใหญ่-บางซื่อ บริเวณใกล้แยกแคราย วิ่งไปตามถนนติวานนท์จนถึงห้าแยกปากเกร็ด จากนั้นเลี้ยวขวาเข้าถนนแจ้งวัฒนะผ่านเมืองทองธานี ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา ไปเชื่อมต่อกับรถไฟฟ้าสายสีแดง ช่วงบางซื่อ-รังสิต ที่แยกหลักสี่บริเวณริมถนนวิภาวดีรังสิต และเชื่อมต่อกับรถไฟฟ้าสายสีเขียว ช่วงหมอชิต-สะพานใหม่ บนถนนพหลโยธิน บริเวณวงเวียนอนุสาวรีย์พิทักษ์รัฐธรรมนูญ จากนั้นวิ่งไปบนถนนรามอินทราจนถึงแยกมีนบุรี แล้ววิ่งเข้าสู่เมืองมีนบุรี ตามแนวถนนสีหบุรานุกิจ จนถึงสะพานข้ามคลองสามวา จึงเลี้ยวขวาข้ามคลองแสนแสบและข้ามถนนรามคำแหง หรือถนนสุขาภิบาล 3 สิ้นสุดสถานีปลายทางที่บริเวณใกล้แยกถนนรามคำแหง-ร่มเกล้า ซึ่งจะบรรจบกับโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ช่วงบางกะปิ-มีนบุรี

ส่วนโครงการรถไฟฟ้าสายสีเหลือง ช่วงลาดพร้าว-สำโรง เป็นระบบขนส่งมวลชนประเภทรถไฟฟ้ารางเดี่ยว (Straddle Monorail) มีลักษณะเป็นโครงสร้างยกระดับตลอดแนวเส้นทาง มีระยะทางทั้งสิ้น 30.4 กิโลเมตร รวม 23 สถานี แบ่งเป็น 2 ช่วง ได้แก่ ช่วงรัชดา/ลาดพร้าว – พัฒนาการ และช่วงพัฒนาการ – สำโรง หรือโครงการรถไฟฟ้าสายสีเหลือง ช่วงลาดพร้าว – สำโรง โดยเชื่อมต่อการเดินทางระหว่างสายสีน้ำเงินที่สถานีรัชดา (สถานีลาดพร้าวของสายสีน้ำเงิน) กับระบบขนส่งมวลชน 4 สาย คือ สายสีเทาของกรุงเทพ สายสีส้มบริเวณทางแยกลำสาลี รถไฟเชื่อมต่อท่าอากาศยาน (Airport Rail Link) บริเวณทางแยกต่างระดับพระราม 9 และสายสีเขียว ช่วงแบริ่ง-สมุทรปราการ ที่สถานีสำโรง ทั้งนี้ รฟม.กำหนดเปิดให้บริการรถไฟฟ้าสายสีเหลืองและสายสีชมพูในเดือนต.ค. 64

อย่างไรก็ตามส่วนด้านความคืบหน้าโครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วงใต้ช่วงเตาปูน-ราษฎร์บูรณะ วงเงิน 1.01 แสนล้านบาทนั้นคาดว่าจะสามารถเปิดประมูลงานโยธาได้ภายในไตรมาส 3 ของปีนี้และจะสรุปผลการประมูลในช่วงต้นปี 2562 ทั้งนี้ งานดังกล่าวจะแบ่งออกเป็น 6 สัญญา ใช้ระยะเวลาก่อสร้าง 5 ปี เนื่องจากมีส่วนที่ลงใต้ดินค่อนข้างมากอย่างไรก็ตามหากเป็นเอกชนรายใหม่เข้ามาเดินรถไฟฟ้าสายสีม่วงใต้ส่วนต่อขยายนี้ก็อาจจะมีผลต่อต้นทุนงานเดินรถ เนื่องจากปัจจุบัน บมจ.ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ (BEM) เป็นผู้เดินรถไฟฟ้าสายสีม่วง ช่วงเตาปูน-บางใหญ่ อยู่

 

อ่านต่อได้ที่ : https://www.thaipost.net/main/detail/11329

พิธีลงนามบันทึกข้อตกลงร่วมกันและอนุญาตให้ใช้พื้นที่เพื่อก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้าสายสีเหลืองและรถไฟฟ้าสายสีชมพู

นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม  เป็นประธานในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงร่วมกันและอนุญาตให้ใช้พื้นที่เพื่อก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้าสายสีเหลือง และรถไฟฟ้าสายสีชมพู ระหว่างกรมทางหลวง และการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ณ ห้องราชดำเนิน อาคารสโมสร กระทรวงคมนาคม

เริ่มคืนนี้ – 10 ก.ค.61 โครงการรถไฟฟ้าสายสีเหลือง มีความจำเป็น ต้องปิดเบี่ยงจราจรบนถนนลาดพร้าว บริเวณซอยลาดพร้าว 101 ถึง ซอยลาดพร้าว 101/1ช่องที่ 2 และช่องที่ 3 เพื่อขนย้ายเครื่องจักรหนักเข้าพื้นที่ดำเนินงาน

โครงการรถไฟฟ้าสายสีเหลือง ช่วงลาดพร้าว-สำโรง มีความจำเป็นต้องปิดเบี่ยงจราจรบนถนนลาดพร้าว บริเวณซอยลาดพร้าว 101 ถึง ซอยลาดพร้าว 101/1ช่องที่ 2 และช่องที่ 3 (นับจากเกาะกลาง) โดยผู้ใช้เส้นทางสามารถสัญจรได้ในช่องทางที่ 1 (ชิดเกาะกลาง) และช่องทางที่ 4 (ชิดทางเท้า) ตั้งแต่วันที่ 11 มิถุนายน 2561 ถึง 10 กรกฎาคม 2561 ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อเตรียมงานรื้อย้ายระบบสาธารณูปโภค และในเวลา 22.00 – 04.00 น. จะปิดการจราจรช่องทางที่ 1 (ชิดเกาะกลาง) เพิ่มอีก 1 ช่องจราจร เพื่อขนย้ายเครื่องจักรหนักเข้าพื้นที่ดำเนินงาน

ทั้งนี้ต้องขออภัยในความไม่สะดวก

อ่านต่อได้ที่ : http://www.fm91bkk.com/

ชมพู-เหลืองต้นแบบรถไฟฟ้าภูเก็ต

จ้างที่ปรึกษาวิเคราะห์แนวทางให้เอกชนร่วมลงทุนโครงการรถไฟรางเบา หรือ แทรมจ.ภูเก็ต คาดใช้รูปแบบคล้ายกับรถไฟฟ้าสายสีเหลืองและรถไฟฟ้าสายสีชมพู ได้ข้อสรุปชัดใน 4 เดือน ก่อนเสนอครม.อนุมัติ

รายงานข่าวจากการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย(รฟม.)แจ้งว่า ความคืบหน้าโครงการรถไฟรางเบา (LightRail Transit หรือ Tramway) หรือแทรมจ.ภูเก็ตช่วงท่านุ่น-ท่าอากาศยานภูเก็ต-ห้าแยกฉลองวงเงิน 3.94หมื่น หนึ่งในแพคเกจร่วมลงทุนระหว่างรัฐบาลกับเอกชนระยะเร่งด่วน(PPP Fast Track) ที่คณะกรรมการนโยบายการให้เอกชนเข้าร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ(บอร์ดพีพีพี) ซึ่งมีนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรีเป็นประธานฯ ได้สั่งการให้รฟม.เร่งดำเนินการนั้น

ขณะนี้ได้คัดเลือกสำนักงานศูนย์วิจัยและให้คำปรึกษาแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์(บริษัทหลัก) ร่วมกับบริษัท เอ็มเอชพีเอ็ม จำกัด และบริษัท เอเชี่ยน เอ็นจิเนียริ่ง คอนซัลแต้นส์ จำกัด เป็นที่ปรึกษาศึกษาและวิเคราะห์แนวทางให้เอกชนร่วมลงทุนวงเงิน 40 ล้านบาทแล้ว คาดว่าจะใช้เวลาศึกษาราว 4เดือนก่อนเสนอผลการศึกษาให้ที่ประชุมคณะกรรมการ(บอร์ด)รฟม.เห็นชอบก่อนเสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)ภายในปีนี้ หากได้รับอนุมัติจะต้องดำเนินการตั้งคณะกรรมการมาตรา35 แห่งพ.ร.บ.ว่าด้วยเอกชนเข้าร่วมงานหรือดำเนินการในกิจการของรัฐ พ.ศ. 2556 (พ.ร.บ.ร่วมทุนฯ56) เพื่อเข้ามาคัดเลือกเอกชนต่อไป

ายงานข่าวแจ้งต่อว่า แนวทางการร่วมทุนคาดว่าจะใช้รูปแบบคล้ายกับรถไฟฟ้าสายสีเหลือง(ลาดพร้าว-สำโรง)และรถไฟฟ้าสายสีชมพู(แคราย-มีนบุรี) เป็นการร่วมลงทุนระหว่างภาครัฐและเอกชนในรูปแบบPPP Net Cost โดยภาครัฐลงทุนค่างานจัดกรรมสิทธิ์ที่ดินและสนับสนุนวงเงินลงทุนบางส่วน และภาคเอกชนลงทุนค่างานโยธาค่างานระบบและขบวนรถไฟฟ้า และค่าจ้างที่ปรึกษาโครงการรวมทั้งให้บริการเดินรถและซ่อมบำรุง แต่ต้องรอสรุปผลการศึกษาที่ชัดเจนอีกครั้ง

อย่างไรก็ตามรฟม.ยินดีเปิดกว้างให้เอกชนท้องถิ่นที่มีศักยภาพและสนใจเข้ามาร่วมประมูลโครงการโดยรฟม.จะไปศึกษาแนวทางการลงทุนก่อสร้างรถไฟฟ้ารางเบาจ.ขอนแก่นว่าเอกชนท้องถิ่นมีแนวทางความร่วมมือลงทุนกันอย่างไร จำเป็นต้องจดทะเบียนเพื่อก่อตั้งบริษัทที่ประกอบด้วยผู้ถือหุ้นจากเทศบาลและนักลงทุนแบบบริษัท ขอนแก่น ทรานซิทซิสเท็มส์ฯ หรือ เคเคทีเอส (KKTS) หรือไม่

สำหรับรถไฟฟ้ารางเบาภูเก็ตคาดว่าจะมีผู้โดยสารเทื่อเปิดบริการคาดว่าจะมีผู้โดยสารราว 70,000คนต่อวัน มีจุดเริ่มต้นบริเวณสถานีรถไฟท่านุ่น จ.พังงาเพื่อเชื่อมต่อการเดินทางกับรถไฟและมีจุดสิ้นสุดโครงการบริเวณห้าแยกฉลองจ.ภูเก็ต(บนถนนเจ้าฟ้าตะวันออก ห่างจากห้าแยกฉลอง 200เมตร) มี24 สถานี รวมระยะทาง 58.5 กม.คาดว่าจะเริ่มก่อสร้างเฟสแรกช่วงท่าอากาศยานภูเก็ต-ห้าแยกฉลองใช้เวลาก่อสร้าง 3 ปี มี 6 ทางลอดและ 1 สถานียกระดับ ที่สนามบินนานาชาติภูเก็ต

อ่านต่อได้ที่ : https://dailynews.co.th/economic/648429