ล้ำไปอีก! บีทีเอสเตรียมเปลี่ยนบัตรโดยสารเที่ยวเดียวจากบัตรแม่เหล็กเป็นบัตรสมาร์ท การ์ด ชนิดบาง

นายสุรพงษ์ เลาหะอัญญา กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า บริษัทฯ จะเปลี่ยนบัตรโดยสารประเภทเที่ยวเดียวจากบัตรแถบแม่เหล็ก เป็นบัตรสมาร์ทการ์ดชนิดบาง (Thin Card) ที่มีความบางมากกว่าบัตรแรบบิทการ์ดหรือบัตรทั่วไป เพื่อเปลี่ยนเป็นบัตรเทคโนโลยีที่ทันสมัยยิ่งขึ้นและรองรับการใช้งานในส่วนต่อขยายโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว ช่วงสำโรง-สมุทรปราการ ซึ่งจะเปิดให้บริการประมาณ ปลายปี 2561 นี้ และเตรียมไว้สำหรับโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว ช่วงหมอชิต – คูคต และโครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพู ช่วงแคราย – มีนบุรี และ สายสีเหลือง ช่วงลาดพร้าว – สำโรง การเปลี่ยนระบบบัตรโดยสารเที่ยวเดียวนี้บริษัทฯ จะเปลี่ยนตู้จำหน่ายตั๋วโดยสารอัตโนมัติทั้งหมดให้เป็นแบบจอสัมผัส (Touch Screen) รวมประมาณ 200 ตู้ และติดตั้งตู้จำหน่ายตั๋วที่มีช่องรับธนบัตรเพิ่มอีก 50 ตู้ เพื่อติดตั้งตามสถานีต่างๆ ในระบบรถไฟฟ้าบีทีเอส พร้อมกันไปด้วย ซึ่งจะเริ่มทยอยเปลี่ยนตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2561 ใน 8 สถานีแรก คือ สถานีสยาม สถานีช่องนนทรี สถานีกรุงธนบุรี สถานีวงเวียนใหญ่ สถานีตลาดพลู สถานีบางหว้า สถานีอุดมสุข และ สถานีแบริ่ง จากนั้นก็จะขยายไปจนครบทุกสถานีโดยมีกำหนดแล้วเสร็จในเดือนพฤศจิกายน 2561 รวมระยะเวลาดำเนินการ 6 เดือน

นายสุรพงษ์ เลาหะอัญญา กล่าวว่า การเปลี่ยนระบบนี้จะทำให้ตู้จำหน่ายตั๋วและประตูอัตโนมัติเข้า และออกสถานี ที่กำลังเปลี่ยนไม่สามารถใช้ตั๋วโดยสารเที่ยวเดียวแบบแถบแม่เหล็กรวมทั้งบัตรโดยสารประเภท 1 วันได้ แต่ยังคงใช้บัตรแรบบิทได้ ดังนั้นบริษัทฯ จึงได้จัดแผนทยอยสลับเปลี่ยนไปตามสถานีต่างๆ เพื่อให้เกิดผลกระทบกับผู้โดยสารน้อยที่สุด อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ ก็ต้องขออภัยในความไม่สะดวกที่จะเกิดขึ้นในช่วงของการปรับเปลี่ยนระบบบัตรโดยสารบ้าง ทั้งนี้เพื่อความสะดวกในการใช้งานร่วมกับระบบขนส่งมวลชนสายอื่นๆ ในอนาคต และบริษัทฯ ขอเชิญชวนให้ทุกท่านใช้บัตรแรบบิทแบบเติมเงิน ซึ่งขณะนี้มีโปรโมชั่นลดค่าโดยสาร 1 บาทต่อ 1 เที่ยวการเดินทาง ซึ่งมีราคาถูกกว่าซื้อทีละครั้ง และมีความสะดวกและประหยัดเวลามากกว่า

อ่านต่อได้ที่ : https://www.prachachat.net/property/news-175188

 

ตำรวจ-รฟม.-ผู้รับเหมาถกรับมือวิกฤตจราจรเปิดเทอม เผย”ลาดพร้าว-รามฯ-พหลโยธิน”ติดหนักสุด

ตำรวจ-รฟม.-ผู้รับเหมาถกรับมือวิกฤตจราจรเปิดเทอม 15 พ.ค.นี้ เผย”ลาดพร้าว-รามคำแหง-พหลโยธิน”ติดหนักสุด

พล.ต.ต.จิรพัฒน์ ภูมิจิต รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เปิดเผยว่า ได้เชิญการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ในฐานะเจ้าของโครงการรถไฟฟ้าที่กำลังดำเนินการก่อสร้างในเขตกรุงเทพฯ และผู้รับเหมาที่เกี่ยวข้องมาหารือ เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการเปิดภาคเรียนที่ 1 ประจำปีการศึกษา 2561 ของโรงเรียนระดับมัธยมศึกษาในวันที่ 15 พ.ค.นี้

อ่านต่อที่ https://www.prachachat.net

เร่งรฟม.ส่งมอบพื้นที่สร้างโมโนเรล ช้า 3 เดือนหวั่นกระทบแผนเปิดหวูดชมพู-เหลือง

บีทีเอสเร่งยก รฟม.ส่งมอบพื้นที่สร้าง”โมโนเรล”สายสีชมพู-เหลือง หลังดีเลย์มาแรมเดือน หวั่นหลุดเป้า พ.ค.นี้ กระทบแผนเปิดหวูด ต้นทุนก่อสร้าง กรอบสัญญาเงินกู้ 3 แบงก์ใหญ่ วงเงิน 6.3 หมื่นล้าน รฟม.ประสาน กทม. กรมทางหลวง เคลียร์แบบวางตอม่อ กฟน.ทุ่ม 7 พันล้านดึงสายไฟลงใต้ดิน ปรับภูมิทัศน์ติวานนท์ แจ้งวัฒนะ รามอินทรา ลาดพร้าว ศรีนครินทร์ เทพารักษ์ ถนนไร้สาย

อ่านต่อที่ https://www.prachachat.net/property/news-144994

คืบหน้างานก่อสร้างรถไฟฟ้า 3 สาย 3 สี “น้ำเงิน-เขียว-ส้ม” ปีหน้าเปิดหวูด “หัวลำโพง-บางแค”

การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) แจ้งความคืบหน้าการดำเนินงานก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้าที่อยู่ระหว่างก่อสร้าง ณ สิ้นเดือนมีนาคม 2561 จำนวน 3 โครงการ ได้แก่

1.โครงการรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน ช่วงหัวลำโพง – บางแค และเตาปูน – ท่าพระ มีความก้าวหน้างานก่อสร้างงานโยธา 98.09% สำหรับงานระบบรถไฟฟ้าและงานเดินรถ มีความคืบหน้ารวมประมาณ 40.22% โดยเตรียมจะเปิดให้บริการช่วงหัวลำโพง-บางแค ในปี 2562 และช่วงเตาปูน – ท่าพระ ในปี 2563

2.โครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว (เหนือ) ช่วงหมอชิต – สะพานใหม่ – คูคต มีความก้าวหน้าการก่อสร้างงานโยธา 60.86% โดยมีงานก่อสร้างที่สำคัญ ได้แก่ งานก่อสร้างสะพานรถยนต์ข้ามแยกรัชโยธิน มีความคืบหน้า 68.39% จะเร่งรัดงานก่อสร้างเพื่อเปิดให้บริการภายในปี 2561

งานก่อสร้างอุโมงค์ทางลอดบริเวณแยกรัชโยธิน มีความคืบหน้า 59.28% จะเร่งรัดงานก่อสร้างเพื่อเปิดให้ใช้งานภายในเดือนธันวาคม ปี 2561

และงานก่อสร้างสะพานรถยนต์ข้ามแยกเกษตรศาสตร์ มีความก้าวหน้า 69.88% จะเร่งรัดงานก่อสร้างเพื่อเปิดให้ใช้งานภายในปี 2561

นอกจากนี้ ยังมีงานก่อสร้างทางวิ่งรถไฟฟ้าข้ามทางด่วนดอนเมืองโทลล์เวย์ บริเวณห้าแยกลาดพร้าว มีความก้าวหน้า 40.30% ทั้งนี้ โครงการฯ มีกำหนดก่อสร้างงานโยธาแล้วเสร็จในปี 2562 และเปิดให้บริการภายในปี 2563

3.โครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ช่วงศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย – มีนบุรี (สุวินทวงศ์) มีความก้าวหน้าการก่อสร้างงานโยธา 7.72% โดยมีแผนเปิดให้บริการปี 2566

สำหรับในส่วนของโครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพู ช่วงแคราย – มีนบุรี และโครงการรถไฟฟ้าสายสีเหลือง ช่วงลาดพร้าว – สำโรง นั้น ปัจจุบันอยู่ระหว่างดำเนินการเตรียมรื้อย้ายระบบสาธารณูปโภคใต้ดินเพื่อดำเนินการก่อสร้างโครงการ

โดยทั้ง 2 โครงการ มีกำหนดจะเปิดให้บริการภายในปี 2564 ทั้งนี้ รฟม.มีนโยบายที่จะเร่งรัดการดำเนินงานโครงการรถไฟฟ้าให้เป็นไปตามแผนงานเพื่อสามารถเปิดให้บริการแก่ประชาชนโดยเร็ว

อ่านต่อที่ https://www.prachachat.net/property/news-142941

งานด่วน ผู้ว่า รฟม.คนใหม่ เร่งแจกสัมปทานรถไฟฟ้า 3 แสนล้าน

สัมภาษณ์พิเศษ

หลังใช้เวลาเกือบปีในการสรรหา ในที่สุดคณะรัฐมนตรีอนุมัติให้ “ภคพงศ์ ศิริกันทรมาศ” รั้งเก้าอี้ผู้ว่าการการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) คนที่ 6 เมื่อวันที่ 20 มี.ค.ที่ผ่านมา

สำหรับ “ภคพงศ์” ปัจจุบันอายุ 54 ปี ดีกรีวิศวกรรม มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และปริญญาโทวิศวกรรมศาสตรมหาบัณฑิต Lamar University, U.S.A. เป็นลูกหม้อ รฟม.มีสไตล์การทำงานออกแนวบู๊ เติบโตตามสายงานก่อสร้าง จากตำแหน่งวิศวกรธรรมดา ได้เลื่อนชั้นเป็นรองผู้ว่าการด้านวิศวกรรมและก่อสร้าง จนได้รั้งเก้าอี้ใหญ่คุมงานก่อสร้างรถไฟฟ้า 3 แสนล้าน

“ภคพงศ์” เปิดใจกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ภารกิจแรกหลังรับตำแหน่งเม.ย.นี้ จะเร่งเปิดประมูลรถไฟฟ้าสายสีม่วงใต้ ช่วงเตาปูน-ราษฎร์บูรณะ วงเงิน 101,112 ล้านบาท แยกเป็น 6 สัญญา จะประกาศเชิญชวนกลางปีนี้ รวมถึงเร่งสายสีส้มตะวันตกช่วงศูนย์วัฒนธรรม-บางขุนนนท์ 90,271 ล้านบาทให้เริ่มต้นประกวดราคาภายในปีนี้

นอกจากนี้ จะเร่งเปิดประมูล PPP หาเอกชนเดินรถไฟฟ้า 2 สายทาง ได้แก่ สายสีส้มตลอดสายจากบางขุนนนท์-ศูนย์วัฒนธรรม-มีนบุรี ระยะทาง 34.6 กม. วงเงิน 35,000-40,000 ล้านบาท ล่าสุดทางบริษัทที่ปรึกษาอยู่ระหว่างวิเคราะห์จะเป็นรูปแบบ PPP net cost คือ เอกชนรับสัมปทานเป็นผู้จัดเก็บรายได้และแบ่งรายได้ให้แก่ภาครัฐเหมือนรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน หรือ PPP gross cost ภาครัฐเป็นผู้จัดเก็บรายได้และจ้างเอกชนเดินรถ โดยจ่ายผลตอบแทนแบบกำหนดราคาเหมือนรถไฟฟ้าสายสีม่วง

“ยังไม่สรุป แต่สายสีม่วงใต้ ระยะทาง 23.6 กม. วงเงินกว่า 20,000 ล้านบาท เนื่องจากสายสีม่วงช่วงเตาปูน-คลองบางไผ่ เป็นรูปแบบ PPP gross cost โดย รฟม.จ้าง BEM เดินรถให้ 30 ปี ก็มีโอกาสสูงที่สายสีม่วงใต้จะใช้รูปแบบเดียวกัน เพื่อให้การเดินรถต่อเชื่อมกันด้วยเอกชนรายเดียว”

การจัดหาเอกชนร่วมลงทุน PPP ในส่วนของงานเดินรถ ด้วยขั้นตอนต่าง ๆ ต้องดำเนินการตาม พ.ร.บ.ร่วมทุนฯ อาจจะใช้เวลาพอสมควร คาดว่าภายในเดือน มิ.ย.นี้จะนำการเดินรถของสายสีส้มให้ที่ประชุมคณะกรรมการ PPP พิจารณา จากนั้นไตรมาสที่ 3 จะเริ่มเปิดประกวดราคา ขณะที่สายสีม่วงใต้อาจจะล่าช้าออกไป 2 เดือน เนื่องจากบริษัทที่ปรึกษายังทำรายละเอียดไม่สมบูรณ์ แต่ยังไงจะเร่งเปิดประมูลภายในปีนี้

“ผู้ว่าการรถไฟฟ้าป้ายแดง” ยังบอกอีกว่า อีกหนึ่งภารกิจเฉพาะหน้า คือเร่งประสานกรมทางหลวงและกรุงเทพมหานคร ขอใช้พื้นที่ก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีชมพูแคราย-มีนบุรี กับสายสีเหลืองลาดพร้าว-สำโรง โดยจะเร่งเคลียร์ให้จบและส่งมอบพื้นที่ให้กลุ่มบีเอสอาร์ (บีทีเอส-ซิโน-ไทยฯ-ราชบุรีโฮลดิ้งส์) ผู้ลงทุนก่อสร้างโครงการภายในเดือน พ.ค.นี้ เพื่อเริ่มนับหนึ่งงานก่อสร้างตามสัญญา โดยทั้ง 2 โครงการพร้อมเปิดบริการในปี 2564

ขณะที่โครงการลงทุนในภูมิภาคจะเร่งลงทุนโมโนเรล จ.ภูเก็ต เป็นลำดับแรก ล่าสุดกำลังศึกษารูปแบบ PPP ให้เอกชนเข้าร่วมลงทุน วงเงิน 23,499 ล้านบาท คาดว่าจะเสนอให้คณะกรรมการ PPP ภายในปีนี้

อีกทั้งยังจะต้องเร่งหารายได้จากการพัฒนาเชิงพาณิชย์ควบคู่ไปด้วย ขณะนี้รอแก้ไขกฎหมายให้อำนาจ รฟม.สามารถนำที่ดินมีมูลค่าเกิน 10 ล้านบาท มาพัฒนาได้ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด ซึ่งได้นำเสนอข้อมูลไปยังคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติแล้ว

ตามแผนจะมีที่ดินศูนย์ซ่อมตรงพระราม 9 พื้นที่จอดแล้วจรตามสถานีที่อยู่กลางเมือง เช่น สามย่าน ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ รัชดาภิเษก พัฒนาเป็นคอมมิวนิตี้มอลล์เล็ก ๆ อีกทั้งยังมีโครงการ TOD นำที่ดินรอบสถานีมาพัฒนาเชิงพาณิชย์ เช่น สถานีคลองบางไผ่ สถานีเพชรเกษม 48 สถานีมีนบุรี หรือพื้นที่จอดแล้วจรขนาดใหญ่ ๆ

“ภคพงศ์” ย้ำว่า การผลักดันงานให้เดินไปข้างหน้าได้ตามเป้าหมาย สิ่งสำคัญที่สุดคือองค์กรที่ต้องทำงานเป็นทีม เป็นหนึ่งเดียวกัน ต้องเปิดใจ และจะไม่มีการแบ่งพรรคแบ่งขั้วเหมือนที่ผ่านมา

เพิ่มเติม : https://www.prachachat.net

“ไพรินทร์” จี้ รฟม.ส่งมอบพื้นที่ก่อสร้างรถไฟฟ้า 3 สาย “ส้ม-ชมพู-เหลือง”

เมื่อวันที่ 9 มี.ค.2561 นายไพรินทร์ ชูโชติถาวร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธานประชุมพิจารณาการขอใช้พื้นที่ของหน่วยงานต่างๆ เพื่อก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้า โดยมีผู้บริหารกรมทางหลวง สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) เข้าร่วมประชุม

 

อ่านเพิ่มเติม : https://www.prachachat.net/property/news-128040

“อาคม” เปิดละเอียดยิบไทม์ไลน์ประมูลเมกะโปรเจ็กต์ลั่นสิ้นปีกดปุ่มเกลี้ยง

นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวถึงความคืบหน้าโครงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานต่างๆของรัฐบาลว่า ประเทศไทยห่างหายจากการพัฒนาโครงการโครงสร้างพื้นฐานไปนาน หลังโครงการรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน MRT และสนามบินสุวรรณภูมิแล้วเสร็จไปเมื่อปี 2549 ซึ่งรัฐบาลจะเข้ามาขับเคลื่อนให้แผนงานต่างๆเป็นรูปธรรม

 

อ่านเพิ่มเติม : https://www.prachachat.net/hilight-prachachat/news-127523

เร่งต่อขยายสาย “น้ำเงิน-เขียว-ส้ม-แดง” สนข.ชะลอพิมพ์เขียวรถไฟฟ้าเฟส 2

เป็นที่แน่ชัด “สนข.-สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร” จะเร่งบรรจุรถไฟฟ้าสายสีน้ำตาล “แคราย-ลำสาลี” เป็นรถไฟฟ้าสายที่ 11 ไว้ในแผนพัฒนาระบบขนส่งมวลชนในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล (M-map) ใช้เวลาดำเนินการ 20 ปี ตั้งแต่ปี 2553-2572

 

อ่านเพิ่มเติม : https://www.prachachat.net/property/news-124119

เปิด 3 ทางเลี่ยงทางลัดถนนลาดพร้าวรับมือปิดจราจรรถไฟฟ้าสายสีเหลืองคืนนี้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทางผู้รับเหมาก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้าสายสีเหลืองลาดพร้าว-สำโรง จะเริ่มปิดเบี่ยงจราจร 24 ชั่วโมง ในวันที่ 19 มกราคม 2561 ตั้งแต่เวลา 22.00 น. เป็นต้นไป

โดยระยะแรกจะดำเนินการปิดเบี่ยงจราจรบนถนนลาดพร้าว 2 จุด คือ จุดที่ 1 ตั้งแต่ซอยลาดพร้าว 136 ถึง ซอยลาดพร้าว 134 ปิด 1 ช่องทางขวา (ชิดเกาะกลาง) ขาเข้า มุ่งหน้าแยกรัชดา – ลาดพร้าว และจุดที่ 2 ตั้งแต่ซอยลาดพร้าว 45/1 ถึงซอยลาดพร้าว 45 ปิด 1 ช่องทางขวา (ชิดเกาะกลาง) ขาเข้า

อ่านต่อที่ https://www.prachachat.net/property/news-103764

กทม.ขอปลอดหนี้10ปี ผ่อนปี’73 ปลดแอก 6 หมื่นล้าน รถไฟฟ้าสายสีเขียว-รฟม.ลุยปิดถนนสร้างส้ม-ชมพู-เหลือง

แหล่งข่าวจากกระทรวงคมนาคม เปิดเผย ”ประชาชาติธุรกิจ” ว่า วันที่ 17 ม.ค.2561 กระทรวงคมนาคม การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) จะประชุมร่วมกับกรุงเทพมหานคร (กทม.) เร่งสรุปการรับโอนหนี้สินค่าก่อสร้างรถไฟฟ้าต่อขยายสายสีเขียวช่วงแบริ่ง-สมุทรปราการ ระยะทาง 13 กม. และหมอชิต-สะพานใหม่-คูคต ระยะทาง 19 กม. วงเงิน 60,860 ล้านบาท ตามมติคณะกรรมการจัดระบบการจราจรทางบก (คจร.) เมื่อปี 2559 ให้โอนโครงการให้ กทม.เป็นผู้บริหาร

เพื่อให้การเดินรถของสายสีเขียวเชื่อมต่อกันทั้งโครงข่าย โดยนายไพรินทร์ ชูโชติถาวร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมสั่งเจรจา กทม.ให้จบในเดือน ม.ค.นี้ เพื่อให้ไม่กระทบต่อการเปิดเดินรถช่วงแบริ่ง-สมุทรปราการในเดือน ธ.ค.2561

“แนวโน้ม กทม.จะยอมรับภาระหนี้ แต่ขอให้รัฐรับภาระค่าเวนคืน 2 เส้นทาง วงเงิน 9,262 ล้านบาท จากเดิมขอให้รัฐรับภาระค่าก่อสร้างโยธาและกทม.จะรับภาระค่างานระบบกว่า 2 หมื่นล้านบาทเท่านั้น กทม.จะขอกระทรวงการคลังปลอดหนี้ 10 ปี จะชำระคืนในปี 2573 หลังสัญญาสัมปทานกับบีทีเอสสิ้นสุดในปี 2572 ซึ่งทรัพย์สินและรายได้ค่าโดยสารรถไฟฟ้าบีทีเอสจะเป็นของกทม.ทั้งหมด และโครงการจะเริ่มมีรายได้ชำระหนี้ได้”

แหล่งข่าวจาก กทม.กล่าวว่า กทมขอชำระหนี้ปี 2573 เป็นต้นไป แบ่งชำระเป็นรายปี เนื่องจากสัมปทานที่บมจ.ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ (บีทีเอสซี) จะสิ้นสุดปี 2572 และทรัพย์สินจะตกเป็นของ กทม.สามารถนำโครงการระดมทุนจากกองทุนอินฟราสตรัคเจอร์ ออกพันธบัตร หรือขอกู้จากสถาบันการเงินเพื่อนำเงินมาชำระหนี้คืนได้

กทม.คาดการณ์ว่าตั้งแต่ปี 2572-2585 จะมีปริมาณผู้โดยสารจำนวนมาก โดยประเมินว่าจะมีรายได้ 3 แสนล้านบาท เมื่อหักค่าจ้างบีทีเอสเดินรถ 30 ปี วงเงินกว่า 1.64 แสนล้านบาท ยังมีเงินเหลือจะชำระหนี้ให้กระทรวงการคลังได้ เนื่องจากปัจจุบันกทม.ยังไม่เงินก้อนจะชำระหนี้

นายฤทธิกา สุภารัตน์ รองผู้ว่าฝ่ายบริหารและรักษาการผู้ว่าการ รฟม. กล่าวว่า จากความไม่ชัดเจนการรับโอนหนี้สินกับกทม. ทำให้ รฟม.ชะลอการเดินหน้าสายสีเขียวส่วนต่อขยาย 2 ช่วง จากสมุทรปราการ-บางปู ระยะทาง 7 กม. วงเงิน 9,529 ล้านบาท และคูคต-ลำลูกกา ระยะทาง 6.5 กม. วงเงิน 9,236 ล้านบาท ออกไปก่อน หาก กทม.ยอมชำระหนี้ก็จะยกโครงการ 2 ช่วงนี้ให้ กทม.ดำเนินการเอง

สำหรับความคืบหน้าการก่อสร้างสายสีส้มศูนย์วัฒนธรรม-มีนบุรี ระยะทาง 21.2 กม. ขณะนี้ผู้รับเหมาทยอยเข้าพื้นที่เพื่อรื้อย้ายระบบสาธารณูปโภคในแนวถนนรามคำแหงและพระราม 9 โดยวันที่ 17 ม.ค. จะปิดการจราจรขาออกสะพานยกระดับรามคำแหง 30 เดือน และสะพานแยกลำสาลี 6 เดือน จะเริ่มงานก่อสร้างเต็มรูปแบบตั้งแต่ปี 2562 เป็นต้นไป และจะแล้วเสร็จปี 2566

ส่วนสายสีชมพูแคราย-มีนบุรี ระยะทาง 34.5 กม. และสายสีเหลืองลาดพร้าว-สำโรง ระยะทาง 30.4 กม. ปัจจุบันทยอยส่งมอบพื้นที่และปิดการจราจรบนถนนติวานนท์ แจ้งวัฒนะ และรามอินทราของสายสีชมพูแล้ว ส่วนสายสีเหลืองจะเริ่มทยอยปิดการจราจรบนถนนลาดพร้าวตั้งแต่วันที่ 19 ม.ค.นี้ และในเดือน ก.พ.จะปิดการจราจรฝั่งขาเข้าตลอดถนนลาดพร้าว ส่วนถนนศรีนครินทร์รอการส่งมอบพื้นที่จากกรมทางหลวง (ทล.)
ผลจากการส่งมอบพื้นที่ล่าช้า ทำให้การเริ่มนับสัญญาสัมปทานกับกลุ่มบีทีเอสซีเอกชนผู้ลงทุนเลื่อนจากเดือน ก.พ.เป็นเดือน เม.ย.2561 เนื่องจากรอสรุปการส่งมอบพื้นที่จากกรมทางหลวงและเอกชนผู้ลงทุนยังออกแบบไม่แล้วเสร็จ เนื่องจากทั้ง 2 โครงการใช้รูปแบบก่อสร้างไปและออกแบบไป ตามสัญญาจะตามแผนจะใช้เวลาก่อสร้าง 3 ปี 3 เดือน แล้วเสร็จเปิดให้บริการในปี 2564

ทั้งนี้เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนประชาชนในพื้นที่ รฟม.กำลังพิจารณาจะนำรถเมล์ ขสมก.และเรือคลองแสนแสบเป็นฟีดเดอร์รับส่งประชาชน

เพิ่มเติม : https://www.prachachat.net/property/news-102155